6 ธ.ค. 2560, 11:52 น.


20171206115230.jpeg

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา รปภ. ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่าน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งขี่รถ จยย. ยี่ห้อและรุ่นชื่อดัง สภาพใหม่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดภายในลานจอดรถ ก่อนจะเดินหายออกจาก รพ. ไป

 

ซึ่งได้พบเห็นพฤติกรรมแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยในแต่ละครั้งรถจะไม่ซ้ำกันและยังมีสภาพใหม่ รปภ. จึงเข้าควบคุมตัวหญิงสาวคนดังกล่าวไว้ ก่อนแจ้งตำรวจ สภ.บางพลี เข้าตรวจสอบ

 

 

โดยจากการตรวจสอบบริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลดังกล่าว ตำรวจพบรถจักรยานยนต์สภาพใหม่จำนวน 4 คัน เมื่อถามหาเอกสารการครอบครองกลับไม่พบ และแจ้งว่าตนเองไม่ใช่เจ้าของรถ

 

ตำรวจจึงขยายผล จนกระทั่งพบหญิงสาวเจ้าของรถอีกราย ซึ่งเป็นเจ้าของรถ 1 ใน 4 คัน ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้ได้ จึงควบคุมตัวหญิงสาวทั้ง 2 ราย พร้อมกับรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 4 คัน ไปยัง สภ.บางพลี เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

 

 

หญิงสาวที่ถูกเจ้าหน้าที่ รปภ. คุมตัวไว้ได้ ยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์จริง แต่ทำหน้าที่รับจ้างไปขี่รถจักรยานยนต์จากลูกหนี้ มาจอดไว้ในลานจอดของ รพ. ดังกล่าว โดยจะได้ค่าจ้างคันละ 1,000 บาท

 

โดยที่ผ่านมา หญิงสาวคนดังกล่าวก็เคยเป็นลูกหนี้ ของขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบเช่นกัน หลังจากนั้นผู้ให้กู้จึงยื่นข้อเสนอให้หญิงสาวรายนี้ ด้วยการว่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท เพื่อรับรถมาจอด

 

จากนั้นได้เปิดบัญชีเงินฝากให้ พร้อมกับ ATM ที่เอาไว้กดเงินสดมาจ่ายให้กับลูกหนี้ที่ต้องการกู้เงิน และสามารถออกรถจักรยานยนต์คันใหม่ได้ เพื่อแลกกับเงินสดจำนวน 15,000-20,000 บาท และให้โทรศัพท์หนึ่งเครื่อง เพื่อไว้ติดต่อรับงานทางโทรศัพท์

 

วิธีการของขบวนการนี้ คือจะหาเหยื่อเป็นลูกหนี้ที่มีเครดิตดี ให้ไปออกรถจักรยานยนต์คันใหม่ จากโชว์รูมรถจักรยานยนต์ต่าง ๆ เมื่อได้รถแล้วจึงโทรศัพท์ติดต่อผู้ปล่อยเงินกู้ เพื่อนัดแนะรับรถ

 

โดยหญิงสาวรายดังกล่าว จะคอยรับโทรศัพท์สั่งงานจากผู้ให้กู้ ว่าให้ไปรับรถและกดเงินสดจ่ายให้กับเหยื่อ หลังจากได้รถก็จะนำมาจอดทิ้งไว้ จากนั้นผ่านไป 2-3 วันก็จะมีคนมาขับรถไปเอง

 

พร้อมเผยว่าที่ผ่านมายังไม่เคยเจอหน้าผู้สั่งงาน และติดต่อผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น

 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าปัจจุบันพบขบวนการนี้เพิ่มมากขึ้น โดยจะจัดทำใบปลิวไปติดตามตู้โทรศัพท์หรือเสาไฟฟ้า เกี่ยวกับเงินกู้ต่าง ๆ เมื่อมีเหยื่อหรือลูกหนี้หลงกลและติดต่อไป ขบวนการเหล่านี้ก็จะให้ผู้ที่ต้องการใช้เงิน ไปออกรถจักรยานยนต์ 1 คัน เพื่อแลกกับเงินสดจำนวน 20,000 บาท

 

เมื่อได้รถไปแล้ว เจ้าของรถก็จะเข้าแจ้งความกับตำรวจภายหลัง ว่ารถจักรยานยนต์ถูกขโมย โดยสามารถนำใบแจ้งความไปเรียกเคลมประกันภัยรถหาย จากบริษัทประกันภัยอีกทอดหนึ่ง ทำให้สถิติการแจ้งความรถหายนั้นเพิ่มมากขึ้น

 

ที่ผ่านมาตำรวจสามารถจับกุมผู้แจ้งความเท็จมาแล้วหลายราย และจะโดนข้อหาฉ้อโกงบริษัทประกันภัยอีกด้วย

 

ตำรวจจึงฝากเตือนประชาชนที่ต้องการเงินกู้นอกระบบ ว่าอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้ได้ ซึ่งนอกจากจะเสียประวัติเครดิตแล้ว ยังเสี่ยงอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย 

ที่มา : workpointnews.com