6 ธ.ค. 2560, 16:00 น.


20171206160046.jpeg

วันนี้ เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พร้อมด้วยตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ และ สน.บางมด ไล่ติดตามจับกุมตัว นายศักดิ์ชัย น้อมระวี อายุ 49 ปี ได้ที่ถนนเลียบทางด่วนพระราม 2 กทม.

 

พร้อมอาวุธปืน ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก / เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 14 นัด / ปลอกกระสุนที่ยิงไปแล้วคาอยู่ในลูกโม่ 1 ปลอก / ซองพก 1 อัน / รถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ของสหกรณ์แท็กซี่อาสาสมัคร จำกัด ทะเบียน ทศ 1839 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้ก่อเหตุ 1 คัน

 

พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุสุขสวัสดิ์ ได้รับแจ้งเหตุมีโชเฟอร์รถแท็กซี่ อยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างหนัก ขับรถแท็กซี่ไปเฉี่ยวชนกับรถ จยย. ของ น.ส.วรรณนิสา กาดประสิทธิ์ อายุ 33 ปี เป็นเหตุให้ ด.ช.พรประสิทธิ์ กาดประสิทธิ์ อายุ 5 ขวบ ลูกชาย ได้รับบาดเจ็บศีรษะบวมปูด

 

โดยกลุ่มพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ พยายามขี่รถ จยย. ไล่ตาม เพื่อเรียกให้นายศักดิ์ชัยหยุดรถ และลงไปรับผิดชอบ แต่นายศักดิ์ชัยกลับเร่งเครื่องหนี

 

พอเห็นกลุ่มพลเมืองดีขี่รถ จยย. ตามมาอย่างกระชั้นชิด นายศักดิ์ชัยจึงลดกระจกลง แล้วชักอาวุธปืนยิงใส่กลุ่มพลเมืองดี 1 นัด เพื่อสกัดไม่ให้ติดตาม โชคดีที่กระสุนไม่ถูกใคร

 

จากนั้นนายศักดิ์ชัยก็เร่งเครื่องขึ้นไปสู่หน้าด่านเก็บเงินถนนพระราม 2 หวังจะขึ้นทางด่วนหลบหนี แต่ด้วยความเมาสุราอย่างหนัก ทำให้ควบคุมรถไม่ไหว จึงเกิดเสียหลักเฉี่ยวชนกับขอบทาง จนยางหน้าด้านซ้ายแตกและตัวถังรถซีกซ้ายได้รับความเสียหาย ต้องยอมจอดรถทิ้งไว้

 

โดยนายศักดิ์ชัยพยายามปีนรั้ว ออกจากถนนหน้าด่านเก็บเงิน แล้วมาเรียกรถแท็กซี่อีกคัน เพื่อจะหลบหนีไปต่อ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ และ สน.บางมด รุดไปถึงที่เกิดเหตุพอดี จึงควบคุมตัวนายศักดิ์ชัยเอาไว้ได้ ในสภาพเมามายไม่ได้สติ

 

ด้านนายวิสุทธิมรรค ฤทธิ์นอก อายุ 21 ปี หนึ่งในกลุ่มพลเมืองดี เล่าว่าตนมีอาชีพขี่รถ จยย. รับจ้าง ก่อนเกิดเหตุขี่รถ จยย. รับส่งผู้โดยสารในซอยตามปกติ เห็นนายศักดิ์ชัยเดินโซเซด้วยความเมาอยู่ในซอยตั้งแต่ช่วงเช้า จนนายศักดิ์ชัยฝืนขับรถแท็กซี่ออกจากที่พัก ไปเฉี่ยวชนกับรถ จยย. บริเวณกลางซอย

 

ตนและเพื่อน ๆ ในวินเดียวกันอีก 3 คน จึงตัดสินใจขี่รถติดตามไป หวังจะให้จอดตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี ไม่คิดว่านายศักดิ์ชัยจะมีอาวุธปืนติดมาด้วยในรถ แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาพยายามฆ่า / พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านและทางสารธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต / ยิงปืนในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร / เมาสุราขณะขับขี่ยานพาหนะเฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย โดยไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ

 

ก่อนส่งตัวนายศักดิ์ชัยไปตรวจร่างกายหาสารเสพติดอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบว่ามีการเสพยาก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น จะต้องส่งกองพิสูจน์หลักฐาน ดำเนินการตรวจสอบว่าเป็นของผู้ใด หากไม่ใช่ของนายศักดิ์ชัย ก็จะถูกแจ้งข้อหาครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต อีก 1 คดีด้วย

ที่มา : thaich8.com